หน้าเว็บ

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เครื่องปรับอากาศโซล่าเซลล์

เครื่องปรับอากาศโซล่าเซลล์


เครื่องปรับอากาศ








            
                     

คลิกดู เครื่องปรับอากาศโซล่าเซลล์                
ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศถือว่าเป็นสิ่งที่มีแทบทุกบ้าน แม้จะมีราคาแพงและเปลืองไฟ แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกยอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเนื่องจากภาวะโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้นและเสียค่าไฟมากขึ้น แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากเราเปลี่ยนหลังคาร้อนๆ ที่บ้านเรา มาเป็นใช้ระบบโซล่าเซลล์เข้ามาให้พลังงานไฟฟ้าให้กับเครื่องปรับอากาศแทนไฟฟ้าจากการ
ไฟฟ้า
              
เครื่องปรับอากาศ


                 ในการทำระบบปรับอากาศโซล่าเซลล์ทั่วไป เมื่อแผงโซล่าผลิตไฟฟ้า DC ออกมา อินเวอร์เตอร์ก็จะทำการแปลงไฟฟ้า DC เป็นไฟฟ้า AC เพื่อนำไปจ่ายให้กับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งการแปลงไฟฟ้าด้วยการใช้อินเวอร์เตอร์นี้ จะเกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง ในทางกลับกัน PAC SolarAire เป็นการออกแบบ All DC ทั้งระบบ พลังงานไฟฟ้า DC ที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์สามารถน้ำไปต่อเข้ากับเครื่องปรับอากาศ PAC SolarAire ได้โดยตรง โดยไม่ต้องมีการใช้ inverter ในการแปลงไฟฟ้า และหากช่วงใดที่พลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ เครื่องปรับอากาศ PAC SolarAire ก็จะนำไฟฟ้าบ้าน(ไฟฟ้า AC) มาใช้ อัตโนมัติ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้ต่อเนื่องตลอดเวลา หากใช้ร่วมกับ PAC Frenergy จะสามารถได้ร้อนมาใช้ฟรีๆ อีกต่อหนึ่งและ ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีก

คุณสมบัติเด่นระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter

1.ประหยัดไฟกว่า 20 -30 % เนื่องจากระบบคอมเพรสเซอร์ทำงานลดความถี่ในการทำงาน เป็นการประหยัดไฟ เช่น ตู่เย็น
2. ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter ตอนเปิดเครื่องแรกๆ คอมเพรสเซอร์จะทำงานในรอบสูงสุด คือเท่าความเย็นที่ 110% ทำให้ห้องเย็นเร็วทันใจ
3.รักษาอุณหภูมิห้องได้คงที่ การที่ระบบ อินเวอร์เตอร์ Inverter ทำงานต่อเนื่องโดยการเพิ่มหรือลดรอบการทำงานคอมเพรสเซอร์ไม่มีหยุดเป็นช่วงๆ จะทำให้อุณหภูมินิ่งมาก รักษาอุณหภูมิได้คงที่กว่าไม่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนระบบ เครื่องปรับอากาศบ้านธรรมดา
4.เสียงของเครื่องทำงานเงียบกว่า เนื่องจากคอมเพลสเซอร์มีการลดรอบการทำงาน ดั้งนั้นตอนที่ห้องเย็นดีแล้วคอล์เย็นและระบบฉีดน้ำยาจะลดเสียงการทำงานทำให้เสียงที่เกิดขึ้นเงียบกว่าเครื่องปรับอากาศรุ่นธรรมดา
5.อากาศสดชื่นกว่า เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ระบบรุ่นธรรมดา เวลาคอมเพรสเซอร์ตัดอากาศในห้องจะมีกลิ่นอับชื้น แต่ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter คอมเพรสเซอร์ไม่ตัดจะเป็นการลดรอบความเย็น จะไม่มีกลิ่นอับชื้น ทำให้อากาศสดชื่นตลอดการใช้งาน
6.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับน้ำยาตัวใหม่ R410A ไม่ทำลายชั้นโอโซชั้นบรรยากาศเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบนี้ ปี 2555 จะมีข้อบังคับในการใช้น้ำยาตัวใหม่ R410A สำหรับเครื่องปรับอากาศบ้านทุกเครื่อง ดั้งนั้นจะพูดได้ว่า เครื่องปรับอากาศบ้าน ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter เป็นเครื่องปรับอากาศอนาคต ที่ผู้บริโภคเลือกแล้วได้ประโยชน์คุ้มสุด เพราะระบบ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) กับ ระบบธรรมดา ประหยัดกว่า 20-30%

ข้อดีของระบบปรับอากาศระบบโซล่าเซลล์ 

1.ประเทศไทยเป็นโซนที่แสงแดดมีประสิทธิภาพสูง เพียงพอที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ จึงควรนำมาใช้กับเครื่องปรับอากาศซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานสูง
2.เป็นการเปิดเครื่องปรับอากาศที่ดีต่อโลก เพราะสามารถลดอัตราการเกิด Carbon Emission ได้
3.ระบบมีการสูญเสียพลังงานต่ำ ทำให้ใช้ระบบโซล่าเซลล์ได้เต็มประสิทธิภาพ






วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

โหลดและลักษณะการใช้งาน


ความต้องการไฟฟ้า 

หมายถึง ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภคในแต่ละวัน แต่ละเดือนหรือเป็นปีแล้วแต่การบันทึก ซึ่งใช้ความต้องการไฟฟ้าคาดคะเนพลังงานไฟฟ้าในอนาคตเพื่อรองรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอช่วยสร้างเสถียรภาพกับระบบไฟฟ้ากำลัง
 
ความต้องการพลังงานสูงสุดสุทธิของระบบ กฝผ.


ความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand)  ค่าสูงสุดของค่าพลังไฟฟ้า ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง มีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ (kW) หรือเมกะวัตต์ (1 MW = 1,000 kW) โดยความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุด จะใช้เพื่อวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง ระบบสายจำหน่าย รองรับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปี ทั้งนี้ความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุดส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค. – พ.ค. ซึ่งความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี โดยความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ. ปี 2556 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 เวลา 14.00 น. มีค่าเท่ากับ 26,598.14 เมกะวัตต์


ค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy) คือ ปริมาณพลังงานไฟฟ้ามีหน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือที่เข้าใจโดยทั่วไป ในรูปของจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (1 kWh = 1 หน่วยไฟฟ้า) โดยความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า (Energy Demand) จะใช้เพื่อวางแผนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า รองรับความต้องการไฟฟ้าในแต่ละปี ทั้งนี้ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

วิธีคำนวณค่าไฟฟ้าภายในบ้านมีวิธีการคำนวณค่าไฟฟ้าดังนี้

ก่อนอื่นต้องทราบจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ในบ้านก่อนว่ามีจำนวนเท่าใดและเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ะชนิดกินไฟเท่าไร 
สามารถสังเกตุได้จากคู่มือการใช้งานหรือแถบป้ายที่ติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เขียนว่า กำลังไฟฟ้า ซึ่งมีหน่วยเป็นวัตต์ 
(Watt) หลังจากนั้นลองคำนวณดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดที่ใช้งานในแต่ละวันกินไฟวันละกี่ยูนิตและนำมาเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าโดยสามารถคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้
การใช้ไฟฟ้า 1 หน่วยหรือ 1 ยูนิต คือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 1000 วัตต์ที่ใช้งานในหนึ่งชั่วโมง
1 ยูนิต = [ กำลังไฟฟ้า(วัตต์) ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการคำนวณ/1000 ] x จำนวน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการคำนวณ
x จำนวนชั่วโมงที่ใช้งานในหนึ่งวัน

ตัวอย่าง บ้านอยู่อาศัยของท่านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในบ้าน 5 ชนิด เราสามารถคำนวณการใช้ไฟฟ้าได้ ดังต่อไปนี้

1. หลอดไฟฟ้าขนาด 36 วัตต์ (รวมบาลาสต์อีก 10 วัตต์ เป็น 46 วัตต์ ) จำนวน 10 ดวง เปิดใช้งานวันละ 6 ชั่วโมง
ใช้ไฟฟ้าวันละ [46 /1000] x 10 x 6 = 2.76 หน่วย หรือเดือนละ (30x 2.76 ) = 82.8 หน่วย หรือประมาณ 83 หน่วย
2. หม้อหุงข้าวขนาด 600 วัตต์ จำนวน 1 ใบเปิดใช้งานวันละ 30 นาที ( 0.5 ชั่วโมง ) ใช้ไฟวันละ 600 /1000 x 1 x 0.5
= 0.3 หน่วย หรือประมาณเดือนละ (30x 0.3 ) = 9 หน่วย
3. ตู้เย็นขนาด 125 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง สมมติคอมเพรสเซอร์ทำงานวันละ 8 ชั่วโมงใช้ไฟวัน
ละ [125/1000] x 1 x 8 = 1 หน่วย หรือประมาณเดือนละ ( 30 x1) = 30 หน่วย
4. เครื่องปรับอากาศ ขนาด 20,000 บีทียู (ประมาณ 2,000 วัตต์ ) จำนวน 1 เครื่อง เปิดวันละ 12 ชั่วโมง สมมุติคอมเพรสเซอร์ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง ใช้ไฟฟ้าวันละ [2000/1000] x 1 x 6 = 12 หน่วย หรือประมาณเดือนละ ( 30 x 12 ) = 360 หน่วย
5. ทีวีสี ขนาด 100 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง เปิดใช้งานวันละ 4 ชั่วโมง [100/1000 ]x 1 x 4 = 0.4 หน่วย หรือประมาณ เดือนละ (300.4 ) = 12 หน่วย 

รวมการใช้ไฟฟ้าในบ้าน ประมาณเดือนละ 83+9+30+360+12 = 494 หน่วย
เมื่อทราบจำนวนยูนิตแล้วท่านสามารถคำนวณค่าไฟฟ้าได้โดยเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าได้ดังนี้
ประเภท1.1 การใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน
5 หน่วย (หน่วยที่ 1-5 ) เป็นเงิน 0.00 บาท
10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 6-15 ) หน่วยละ 1.3576 บาท
10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่16-25 ) หน่วยละ 1.5445 บาท
10 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 26-35 ) หน่วยละ 1.7968 บาท
65 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 36-100) หน่วยละ 2.1800 บาท
50 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 101-150) หน่วยละ 2.2734 บาท
250 หน่วยต่อไป(หน่วยที่ 151-400) หน่วยละ 2.7781 บาท
เกินกว่า 400 หน่วย (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป ) หน่วยละ 2.9780 บาท
ค่าบริการรายเดือน เดือนละ 8.19 บาท
ประเภท 1.2 การใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน
150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-150 ) หน่วยละ 1.8047 บาท
250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151-400)หน่วยละ 2.7781 บาท
เกินกว่า 400 หน่วย (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป ) หน่วยละ
2.9780 บาท
ค่าบริการรายเดือน เดือนละ 40.90 บาท

วิธีคิดค่าไฟฟ้า
จากการคำนวณขางต้นปรากฏว่าใช้ไฟฟ้าไป 494 หน่วยตามตัวอย่างซึ่งจัดให้เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.2
150 หน่วยแรก ( 150 x 1.8047 บาท ) 270.71 บาท
250 หน่วยต่อไป (250 x 2.7781 บาท) 694.53 บาท
ส่วนที่เกินกว่า 400 หน่วย( 494-400 = 94 x 2.9780 บาท) 279.93 บาท
ค่าบริการรายเดือน 40.90 บาท
รวมเป็นเงิน 1,286.07 บาท
คิดค่า FT ( Energy Adjustment Charge) หรือค่าไฟฟ้าผันแปร ในแต่ละเดือนโดยดูได้จากใบเสร็จรับเงิน 
หรือสอบถาม
จากได้การไฟฟ้าฯ การคิดค่า Ft คิดได้โดยการนำเอาค่า Ft ในแต่ละเดือน x จำนวนหน่วยที่ใช้
ค่า Ft เดือน พฤษภาคม 2544 = 24.44 สตางค์ ต่อหน่วย
คิดค่า Ft 494 x 24.44 สตางค์ = 120.73 บาท
รวมเป็นเงิน (1,286.07 + 120.73 ) = 1,406.80 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = 98.48 บาท
รวมเป็นเงินค่าไฟฟ้าที่ต้องชำระทั้งสิ้น = 1,505.25 บาท